ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ จะกลับมาฟาดแข้งกันอีกครั้งตามโปรเจกต์รีสตาร์ท หลังจากต้องหยุดพักมายาวนานกว่า 3 เดือน ติดตามสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปจากรายงาน การรีสตาร์ทของพรีเมียร์ลีกในโลก New Normal นั้น มาพร้อมมาตรการหลายด้าน เพื่อป้องกันไม่ให้โรคโควิด-19 เกิดการแพร่ระบาดจากการแข่งขัน

อันดับแรกที่สำคัญที่สุด คือ การแข่งขันจะเป็นแบบปิด ไม่มีแฟนบอลเข้าชม ในสนามจำกัดคนไม่เกิน 300 คนเท่านั้น แต่กระนั้นเอง “เดลี เมล” สื่อในอังกฤษ ก็รายงานว่า พรีเมียร์ลีกมีแผนจะนำจอทีวีขนาดยักษ์มาถ่ายทอดสดพร้อมให้แฟนบอลขับรถมาชม ค่าเข้าชมอยู่ในราคา 10 ปอนด์ หรือประมาณ 400 บาท ส่วนภายในรถจะให้แฟนบอลมีส่วนร่วม 3 คน ต่อ 1 คัน แต่ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม การถ่ายทอดสด สกายสปอร์ตของอังกฤษจะมีการนำเสียงจากเกมฟีฟ่า กว่า 1,300 รูปแบบ มาใช้เพื่อสร้างสีสัน ไม่ให้การแข่งขันเงียบเกินไปด้วย

กรณีที่มีนักเตะนอริชติดเชื้อโควิดในการตรวจรอบที่ 8 ของพรีเมียร์ลีก เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผลตรวจเป็นลบแล้วในการตรวจครั้งที่ 2 แต่ยังต้องกักตัว 7 วัน เกมของนอริช ที่จะเตะกับเซาแธมป์ตันศุกร์นี้ จะไม่เลื่อน เช่นเดียวกับเกมของสเปอร์ส คู่แข่งอุ่นเครื่องของนอริช ที่จะพบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็จะเตะตามกำหนดเดิม

ส่วนมาตรการอื่นๆ อุโมงค์เดินลงสู่สนาม จะให้ทีมเยือนเดินลงสนามก่อน และเมื่อผู้เล่นเข้าสู่พื้นสนามแล้ว ต้องตระหนักถึงการเว้นระยะห่างในทันที โดยจะไม่มีการจับมือก่อนเริ่มเกม ขณะเดียวกัน ข้างสนามก็จะไม่มีเด็กเก็บบอลด้วยเช่นกัน ผู้ตัดสินจะให้สัญญาณพักคูลลิ่งเบรกระหว่างครึ่งทางของแต่ละครึ่ง ขณะที่การเปลี่ยนตัว เปลี่ยนได้จาก 3 เพิ่มเป็น 5 คน ส่วนผู้เล่นสำรองข้างสนามจะมี 9 คน ส่วน VAR หรือวิดีโอช่วยตัดสินในพรีเมียร์ลีก จะยังคงมีตามปกติ

พรีเมียร์ลีกประกาศแล้วว่า จะให้มีการติดโลโก้ “Black Lives Matter” บนเสื้อแข่งของนักเตะทุกคน เริ่มนัดแรกตั้งแต่คืนนี้ พร้อมด้วยตราแสดงการขอบคุณต่อ NHS ที่ทำงานอย่างหนักในการสู้กับไวรัส

โปรแกรมคืนนี้มี 2 คู่ เที่ยงคืน แอสตัน วิลล่า พบกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด และเกมบิ๊กแมตช์ เวลา 02.15 น. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่า พบกับ อาร์เซนอล เกมนี้ซิตี้เตรียมใส่เสื้อแข่งขันที่มีสปอนเซอร์คาดหน้าอกให้องค์กรการกุศล ซึ่งมีชื่อว่า “Cityzens Giving for Recovery” แทน “Etihad Airways ด้วย เพื่อรณรงค์โครงการฟื้นฟูชุมชนจากวิกฤติโควิด-19 ซึ่งตอนนี้รวบรวมเงินได้แล้วราว 1 ล้านปอนด์ หรือ 40 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าเพิ่มยอดในอีก 12 เดือนข้างหน้าด้วย